Bold Group
ปรึกษาเป้าหมายของคุณ

การประเมินทีมนวัตกรรม · ร่วมกับ Mindset Mastery Academy

ใช้คนให้ตรงกับงาน ตามวิธีคิดของแต่ละคน

เมื่อทีมได้รับข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน แต่ละคนกลับตัดสินใจและลงมือทำต่างกัน นั่นไม่ใช่ความเห็นขัดแย้ง แต่เป็นเพราะแต่ละคนมีวิธีคิดต่างกัน เราช่วยให้คุณเห็นรูปแบบความคิดของตนเองและของทีม ว่าโดยสัญชาตญาณแล้วใครโน้มเอียงไปทางการออกแบบธุรกิจใหม่ ใครไปทางการออกแบบกระบวนการใหม่ และใครไปทางการควบคุมและความเสี่ยง จากนั้นจึงจัดงานของแต่ละคนให้สอดคล้องกับวิธีคิดของเขา

พูดคุย 1 ชั่วโมงกับผู้ร่วมก่อตั้ง นำเรื่องทีมและงานที่ทีมรับผิดชอบมาหารือ โดยไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า

The Pattern Decoder Approach ร่วมกับ Mindset Mastery Academyผู้ร่วมก่อตั้งเป็นผู้สัมภาษณ์ด้วยตนเองแบบพบหน้าไม่มีการให้คะแนนหรือจัดอันดับ

ข้อเท็จจริงชุดเดียวกัน แต่เกิดปฏิกิริยาสี่แบบ ดูเหมือนความเห็นขัดแย้ง แต่แท้จริงคือวิธีคิดสี่แบบ ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับงานคนละประเภท
เริ่มต้นด้วย
พูดคุย 1 ชั่วโมงกับผู้ร่วมก่อตั้ง แล้วจึงสัมภาษณ์สมาชิกแต่ละคน คนละ 90 นาที
ระยะเวลาโดยทั่วไป
ขึ้นกับขนาดทีมและเวลาที่สมาชิกสะดวก โดยตกลงร่วมกันก่อนเริ่มงาน
สิ่งที่องค์กรได้รับ
แผนผังวิธีคิดของทีม การใช้คนให้ตรงกับงานแต่ละประเภท และแผนพัฒนารายบุคคล

องค์กรที่เราเคยร่วมงานด้วย

รายชื่อองค์กรที่เคยร่วมงาน แสดงไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น เราไม่ระบุว่ากรณีศึกษาใดเป็นขององค์กรใดในรายชื่อนี้

ประเด็นที่ผู้บริหารกังวล

สถานการณ์ใดตรงกับองค์กรของคุณ

เลือกสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับองค์กรของคุณที่สุด แต่ละข้อแสดงความกังวล ทางแก้ที่มักนำเสนอกัน และเสียงสะท้อนที่มักได้ยิน รวมทั้งจุดที่เราจะเริ่มต้น

ความผูกพันของพนักงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 15% ในปี 2014 เป็น 34% ในปี 2025 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก (Gallup) แหล่งที่มา

“ผมอธิบายตามวิธีที่ผมคิด ทีมครึ่งหนึ่งเข้าใจทันที อีกครึ่งพยักหน้าแล้วไปทำอีกอย่าง ผมเริ่มสงสัยว่าปัญหาอยู่ที่ตัวผมหรือเปล่า”

ทางแก้ที่มักนำเสนอเสียงสะท้อนที่มักได้ยิน

  • ทำแบบสำรวจความผูกพันของพนักงาน“ได้คะแนนมา แต่ไม่ได้คำตอบ”
  • ใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพ“คนตอบให้ตัวเองดูดีได้ และ HR ก็บอกว่านำไปใช้ตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี”

ขณะเดียวกัน แผนปีหน้ายังตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าทีมเดิมจะส่งมอบงานได้มากขึ้น

จุดที่เราจะเริ่มต้น

เรามักพบว่าผู้นำเข้าใจว่าทุกคนคิดแบบเดียวกับตน เราจึงเริ่มจากรูปแบบความคิดของคุณ แล้วจึงต่อด้วยของทีม เพื่อให้คุณนำและจัดงานของแต่ละคนได้ตรงกับวิธีคิดของเขา

สิ่งที่เราพิจารณา: รูปแบบความคิดของคุณ แล้วจึงของทีมใครเหมาะกับงานใด

เราเขียนข้อความแสดงความกังวลและคำตอบในมุมมองของผู้บริหาร เพื่ออธิบายแต่ละสถานการณ์ ข้อความเหล่านี้เรียบเรียงจากสิ่งที่เราได้รับฟัง ไม่ใช่คำพูดของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

ใครเหมาะกับงานใด

ใครควรออกแบบธุรกิจใหม่ ใครควรออกแบบกระบวนการใหม่ และใครควรดูแลความเสี่ยง

งานแต่ละประเภทต้องใช้วิธีคิดต่างกัน เมื่อวางคนที่วิธีคิดเหมาะสม งานจะเดินได้ แต่เมื่อวางคนที่วิธีคิดไม่เหมาะ งานจะสะดุด ไม่ว่าคนนั้นจะเก่งเพียงใด

การออกแบบธุรกิจใหม่

สนใจสิ่งที่เป็นไปได้

มองเห็นโอกาสก่อนหลักฐานจะครบ และกระตือรือร้นเมื่อได้เริ่มจากศูนย์

มอบหมายงานธุรกิจใหม่ให้เขา ไม่ใช่งานจัดทำคู่มือขั้นตอน

การออกแบบกระบวนการใหม่

สนใจว่างานดำเนินไปอย่างไร

มองเห็นลำดับงาน จุดส่งต่องาน และความสูญเปล่า และกระตือรือร้นเมื่อได้ทำให้งานดีขึ้น

มอบงานปฏิบัติการให้เขาออกแบบใหม่ ไม่ใช่ให้เริ่มจากศูนย์

การควบคุมและความเสี่ยง

สนใจสิ่งที่อาจผิดพลาด

มองเห็นความเสี่ยงที่คนอื่นมองข้าม และกระตือรือร้นเมื่อได้ทำให้ระบบงานมั่นคงปลอดภัย

มอบจุดตัดสินใจ (Gate) และงานสนับสนุนเบื้องหลังให้เขา ไม่ใช่การระดมความคิด

วิธีที่เราถอดรูปแบบความคิด: The Pattern Decoder Approach

  • รูปแบบการสื่อสารแต่ละคนรับข้อมูลอย่างไร และสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจอย่างไร
  • รูปแบบการตัดสินใจแต่ละคนกำหนดโจทย์อย่างไร ถือสิ่งใดเป็นหลักฐาน และตัดสินใจอย่างไร
  • แรงจูงใจและปัจจัยขับเคลื่อนพฤติกรรมสิ่งใดดึงดูดแต่ละคน เขาปกป้องสิ่งใด และสิ่งใดทำให้เขาหมดความผูกพันกับงาน

เป็นรูปแบบและแนวโน้ม ไม่ใช่ค่าที่ได้จากการวัด ไม่มีใครถูกให้คะแนน จัดอันดับ หรือจัดเข้าประเภทใดประเภทหนึ่ง

The Pattern Decoder Approach ได้ใช้กับทีมผู้บริหารของ

ดำเนินการโดย Mindset Mastery Academy ระบุชื่อโดยได้รับอนุญาตจากองค์กรแล้ว

  • The Able by King Power
  • SYNTECH (Synergy Technology)
  • WEDO

สิ่งที่ทีมได้รับ

  • เห็นรูปแบบความคิดของตนเองอย่างชัดเจน
  • เข้าใจวิธีคิดและการตัดสินใจของสมาชิกแต่ละคน
  • ใช้คนให้ตรงกับงานแต่ละประเภท
  • ขั้นตอนการทำงานที่สอดคล้องกับวิธีคิดของคน
  • แผนพัฒนาสำหรับสมาชิกทุกคน

ศักยภาพของแต่ละคนจึงแปลงเป็นผลลัพธ์ได้จริง

วิธีการดำเนินงาน

ตั้งแต่การพูดคุยครั้งแรก จนถึงทีมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับคนในทีม

คุณหยุดได้หลังจบขั้นตอนใดก็ได้ และทุกขั้นตอนให้ผลงานที่นำไปใช้ต่อได้

  1. สัปดาห์ที่ 0การพูดคุยครั้งแรก
  2. การสัมภาษณ์คนละประมาณ 90 นาที
  3. การประชุมสรุปผลทีมออกแบบวิธีทำงานของตนเอง
  1. ขั้นที่ 1

    พูดคุย 1 ชั่วโมงกับผู้ร่วมก่อตั้ง

    1 ชั่วโมง

    คุณเล่าถึงทีม งานที่ทีมรับผิดชอบ และจุดที่งานเริ่มสะดุด เราให้คำตอบตรงไปตรงมาว่าแผนผังทีมจะช่วยได้หรือไม่ หรือข้อจำกัดอยู่ที่จุดอื่น

  2. ขั้นที่ 2

    การสัมภาษณ์โดยผู้ร่วมก่อตั้ง

    คนละประมาณ 90 นาที

    การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้างกับสมาชิกแต่ละคน โดยผู้ร่วมก่อตั้งสัมภาษณ์ด้วยตนเองแบบพบหน้า ด้วย The Pattern Decoder Approach ซึ่งเป็นการพูดคุยว่าแต่ละคนคิดและทำงานอย่างไรจริง ไม่ใช่แบบสอบถาม ดูตัวอย่าง

    สิ่งที่ต้องใช้จากทีมของคุณเวลาจากสมาชิกแต่ละคนประมาณ 90 นาที โดยเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ ก่อนการสัมภาษณ์ครั้งแรก ผู้สนับสนุนโครงการจะตกลงวัตถุประสงค์และวิธีจัดการข้อมูลร่วมกับเรา

  3. ขั้นที่ 3

    การประชุมสรุปผลและออกแบบทีม

    ดำเนินการร่วมกับทั้งทีม

    ผลรายบุคคลรวมเป็นแผนผังทีมหนึ่งชุด ซึ่งแสดงว่าใครโน้มเอียงไปทางงานประเภทใด ทีมมีคนกระจุกอยู่ที่ใด และขาดคนที่ใด จากนั้นทีมจึงจัดขั้นตอนการทำงานของแต่ละคนให้สอดคล้องกับวิธีคิดของเขา

แต่ละคนได้รับฟังผลของตนเองก่อน และไม่มีข้อมูลใดนำไปใช้ประเมินผลการปฏิบัติงาน

หากยังไม่พร้อมให้ทีมเข้าร่วม

เริ่มจากแผนผังของคุณเอง

การพูดคุย 90 นาทีเฉพาะคุณ เพื่อดูรูปแบบการสื่อสาร การตัดสินใจ และแรงจูงใจของคุณเอง ก่อนที่คนอื่นจะเข้าร่วม เริ่มจากตรงนี้ แล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำแผนผังของทั้งทีมหรือไม่

สอบถามเรื่องการพูดคุยเฉพาะผู้นำ

สิ่งที่คุณได้รับทุกการประเมินประกอบด้วย

  1. 01

    สำหรับแต่ละคน

    • ผลของตนเอง พร้อมคำอธิบายรายบุคคล
    • แผนพัฒนาสายอาชีพ
  2. 02

    สำหรับทีม

    • โปรไฟล์ทีม: จุดแข็ง จุดที่อาจเกิดแรงเสียดทาน และช่องว่าง
    • ใครเหมาะกับงานธุรกิจใหม่ งานกระบวนการ และงานด้านความเสี่ยง
    • ขั้นตอนการทำงานของแต่ละคน ที่จัดให้สอดคล้องกับวิธีคิด
  3. 03

    สำหรับ 6–12 เดือนข้างหน้า

    • แผนการโค้ชเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อนำผลไปใช้ในงานจริง
    • ทางเลือก: นำไปใช้กับโจทย์นวัตกรรมจริงหนึ่งเรื่อง

ระเบียบวิธีเบื้องหลังขั้นตอนเหล่านี้ ส่งต่อให้ทีมผู้บริหาร: เอกสารสรุป 1 หน้า (ภาษาอังกฤษ) PDF

แผนผังทีม · ตัวอย่างบางส่วน

หน่วยธุรกิจใหม่ สมาชิกแปดคน

ตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบาย
8สมาชิกที่ได้รับการสัมภาษณ์
5โน้มเอียงไปทางการออกแบบกระบวนการใหม่
2โน้มเอียงไปทางการออกแบบธุรกิจใหม่ แต่ไม่มีใครได้เป็นผู้นำงานนี้
1โน้มเอียงไปทางการควบคุมและความเสี่ยง

ทุกคนรับฟังโจทย์เดียวกัน แต่ 5 ใน 8 คนโน้มเอียงโดยสัญชาตญาณไปทางการปรับปรุงวิธีทำงาน โครงการธุรกิจใหม่จึงกลายเป็นโครงการปรับปรุงกระบวนการซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วน 2 คนที่โน้มเอียงไปทางการออกแบบธุรกิจใหม่ได้รับมอบหมายให้ไปทำงานอื่น และมีเพียงคนเดียวที่ดูแลความเสี่ยงโดยสัญชาตญาณ

จำนวนสมาชิกที่โน้มเอียงไปทางงานแต่ละประเภท จาก 8 คน

  1. การออกแบบธุรกิจใหม่2ต้นเหตุ: สองคนที่เหมาะกับงานนี้ได้รับมอบหมายไปทำงานอื่น
  2. การออกแบบกระบวนการใหม่5จุดที่โครงการเบี่ยงไป: ห้าในแปดคน
  3. การควบคุมและความเสี่ยง1

ต้นเหตุจุดที่ทุกคนมอง

การตัดสินใจด้านการออกแบบจากการประชุมสรุปผลกับทีม

การตัดสินใจผลที่คาดว่าจะได้ตกลงร่วมกับ
1ให้สมาชิกสองคนที่โน้มเอียงไปทางการออกแบบธุรกิจใหม่เป็นผู้นำโครงการธุรกิจใหม่โครงการยังคงเป็นธุรกิจใหม่ ไม่กลายเป็นคู่มือกระบวนการผู้สนับสนุนโครงการ หัวหน้าทีม
2ให้คนที่ถนัดการควบคุมและความเสี่ยงเข้าร่วมที่จุดตัดสินใจ (Gate) แต่ละจุด ไม่ใช่ทุกการประชุมพบความเสี่ยงได้เร็ว โดยไม่ทำให้ทีมช้าลงทั้งทีม
3จัดขั้นตอนการทำงานของแต่ละคนให้สอดคล้องกับวิธีคิด พร้อมแผนพัฒนารายบุคคลงานเดินได้ และแต่ละคนรู้ว่าตนเติบโตได้ในทางใดสมาชิกแต่ละคน หัวหน้าทีม
ประเด็นให้ผู้สนับสนุนโครงการตัดสินใจ: ใช้บทบาทและกิจวัตรใหม่ และเริ่มแผนการโค้ชหน้า 4 จาก 11

สิ่งที่ทีมได้รับหลังการประชุมสรุปผล

แผนผังทีมหนึ่งชุด และใครควรรับงานใด

ตัวอย่างนี้จัดทำเพื่อการอธิบาย และตัวเลขเป็นตัวเลขสมมติ ผู้เข้าร่วมแต่ละคนเห็นผลของตนเองก่อน ส่วนทีมเห็นเฉพาะภาพรวมที่ทีมตกลงร่วมกันว่าจะเปิดเผย

ทุกการประเมินประกอบด้วย

  • ผลรายบุคคล พร้อมคำอธิบายให้แต่ละคน
  • โปรไฟล์ทีม: การกระจายตัว จุดแข็ง จุดที่อาจเกิดแรงเสียดทาน และช่องว่าง
  • การประชุมสรุปผลกับทีม โดยมีผู้ดำเนินกระบวนการ
  • ใครเหมาะกับงานธุรกิจใหม่ งานกระบวนการ และงานด้านความเสี่ยง
  • ขั้นตอนการทำงานของแต่ละคน ที่จัดให้สอดคล้องกับวิธีคิด
  • แผนพัฒนาสายอาชีพรายบุคคล และแผนการโค้ช 6–12 เดือน

ทำไมจึงคุ้มค่า

รู้ว่าคนของคุณทำอะไรได้ และคิดอย่างไร

ทักษะบอกว่าคนหนึ่งทำอะไรได้ ส่วนความโน้มเอียงทางความคิดบอกว่าเขาจะทำอะไรโดยสัญชาตญาณ เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันและไม่มีใครจับตามอง ผู้นำที่เห็นทั้งสองด้านจึงวางแผนได้ทั้งจากจุดแข็งและจุดอ่อน

  • มอบหมายงานตามความเหมาะสม ไม่ใช่ตามตำแหน่ง งานแต่ละประเภทไปอยู่กับคนที่มีทั้งทักษะและสัญชาตญาณเหมาะกับงานนั้น
  • ปิดจุดอ่อนอย่างตั้งใจ คุณรู้ว่าแต่ละคนจะติดขัดที่ใด จึงจับคู่คนได้อย่างมีเจตนา แทนที่จะมารู้เมื่อโครงการเดินไปครึ่งทางแล้ว
  • ตีความเจตนาผิดน้อยลง เมื่อรู้ว่าแต่ละคนตัดสินใจอย่างไร ความเห็นที่ต่างออกไปจะไม่ดูเหมือนการต่อต้านอีก
  • การมอบหมายงานที่สื่อสารได้ตรงจุด คุณให้ข้อมูลแต่ละคนในรูปแบบที่เขารับได้ดี งานที่ต้องทำซ้ำจึงลดลง
  • เห็นสัญญาณเตือนได้เร็วขึ้น คุณเห็นแนวโน้มที่คนจะหมดความผูกพันกับงานจากแรงขับของแต่ละคน ก่อนที่จะปรากฏในผลลัพธ์

การทำงานร่วมกับเรา

เหมาะกับใคร และบอกตรงไปตรงมาว่าเราเหมาะกับงานของคุณหรือไม่

บริการนี้เหมาะกับใคร

ทีมใหม่ก่อนจะติดนิสัยการทำงาน และทีมที่มีความสามารถแต่สะดุดซ้ำ ๆ

  • ทีมนวัตกรรมที่เพิ่งตั้ง ก่อนที่วิธีทำงานจะกลายเป็นนิสัย
  • ทีมเดิมที่สะดุดซ้ำที่ขั้นตอนเดิมของงาน
  • ผู้นำที่มีลูกทีมเก่งเป็นรายบุคคล แต่ผลงานของทีมโดยรวมต่ำกว่าที่ควร
  • ผู้นำที่ต้องการเข้าใจรูปแบบความคิดของตนเอง และนำแต่ละคนให้ตรงกับวิธีคิดของเขา
  • องค์กรที่กำลังสร้างขีดความสามารถด้านนวัตกรรม และต้องการให้การออกแบบทีมยังคงอยู่หลังจากเราส่งมอบงานแล้ว

เมื่อเราไม่ใช่พันธมิตรที่เหมาะสม

เราจะบอกคุณตั้งแต่ชั่วโมงแรก

  • ต้องการใช้ผลเพื่อระบุว่าใครควรออกจากทีม
  • ต้องการใช้ผลเพื่อคัดเลือก เลื่อนตำแหน่ง หรือประเมินผลการปฏิบัติงาน
  • การเข้าร่วมจะไม่ได้เป็นไปด้วยความสมัครใจอย่างแท้จริง
  • องค์กรคาดหวังคะแนนหรือการจัดอันดับ มากกว่าการตัดสินใจด้านการออกแบบทีม
  • ผู้สนับสนุนโครงการไม่สามารถดำเนินการตามผลการประเมินได้

หากองค์กรของคุณตรงกับเงื่อนไขข้างต้น ก็ยังบอกเราได้ว่าต้องการผลลัพธ์ใด บริการอื่นของเราอาจเหมาะสมกว่า และหากไม่ใช่ เราจะแนะนำผู้ที่ช่วยได้

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่ผู้บริหารถามเรา

บริการนี้เป็นแบบทดสอบทางจิตวิทยา (Psychometric Test) หรือไม่

ไม่ใช่ บริการนี้เป็นการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างโดยผู้ร่วมก่อตั้ง ผลที่ได้คือคำอธิบายความโน้มเอียงทางความคิดและชุดการตัดสินใจด้านการออกแบบทีม ไม่ใช่คะแนน ไม่มีใครถูกจัดอันดับหรือจัดประเภท

ผลการประเมินจะนำไปใช้ประเมินผลการปฏิบัติงานหรือไม่

ไม่ใช่ ข้อนี้เป็นเงื่อนไขของการว่าจ้างที่เขียนไว้ในข้อตกลง ผลการประเมินมีไว้เพื่อออกแบบทีมและพัฒนารายบุคคล และข้อตกลงระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าห้ามนำไปใช้คัดเลือก เลื่อนตำแหน่ง หรือประเมินผลการปฏิบัติงาน

ผู้เข้าร่วมแต่ละคนเห็นข้อมูลใดบ้าง

ผู้เข้าร่วมเห็นผลของตนเอง พร้อมคำอธิบายโดยตรง ก่อนการสัมภาษณ์ แต่ละคนจะได้รับแจ้งว่ามีการเก็บข้อมูลใด ใครจะเห็นโปรไฟล์ทีม และจะใช้ข้อมูลนั้นตัดสินใจเรื่องใด

ใช้เวลานานเท่าไร

การสัมภาษณ์ใช้เวลาคนละประมาณ 90 นาที และมีการประชุมสรุปผลกับทีมอีกหนึ่งครั้ง ระยะเวลารวมขึ้นกับขนาดทีมและเวลาที่สมาชิกสะดวก โดยตกลงร่วมกันเมื่อกำหนดขอบเขตงาน

ทั้งทีมต้องเข้าร่วมหรือไม่

ภาพที่ได้จะครบถ้วนเพียงใดขึ้นกับจำนวนผู้เข้าร่วม และเราจะแจ้งให้ทราบหากข้อมูลที่ขาดทำให้เห็นภาพเพียงบางส่วน แต่การเข้าร่วมยังต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ เพราะการสัมภาษณ์ที่ผู้เข้าร่วมถูกบังคับไม่คุ้มค่าที่จะทำ

เริ่มต้นที่นี่

หารือว่าใครในทีมของคุณควรรับงานใด

นำเรื่องทีมและงานที่ทีมรับผิดชอบมาหารือกับผู้ร่วมก่อตั้ง 1 ชั่วโมง เพื่อรับคำตอบตรงไปตรงมาว่าแผนผังทีมจะช่วยได้หรือไม่ หรือข้อจำกัดอยู่ที่จุดอื่น

ธีรศักดิ์ วงศ์ปิยะผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ

พูดคุย 1 ชั่วโมงกับผู้ร่วมก่อตั้ง โดยไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า

หากคุณไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ ส่งต่อเอกสารสรุป 1 หน้า (ภาษาอังกฤษ) PDF